เรียน Dr. Healor/คุณหมอมา
ดิฉันชื่อ "บุษยมาส" เคยเขียนถามคุณหมอมาในกระทู้ "เสียงรบกวนในหู"
ตอนแรกนัดคุณหมอว่าจะไปพบ เผอิญวันนั้นฝนเกิดตกในตอนบ่าย ไม่สามารถไปได้ประมาณเกือบ 3 อาทิตย์มาแล้ว บัดนี้ยังหาเวลาไปพบคุณหมอมาไม่ได้เลย แต่อยากไปพบคุณหมอมากๆ กำลังคิดว่าจะลางานวันไหนดี แล้วนัดคุณหมออีกทีค่ะ
จากที่คุณหมอเข้าไปตอบ คุณ "ผู้เยี่ยมชม" ในกระทู้เรื่องนิ่ว เกี่ยวกับอาการป่วยและวิธีการคิด เรื่องใจเป็นนายกับเป็นบ่าวนั้น มันโดนใจดิฉันมากค่ะ
ตัวดิฉันเอง ตลอดเวลาที่ป่วยตั้งแต่เริ่มในเดือนแรก (ตอนนี้เป็นสองเดือนแล้ว อาการเริ่มดีขึ้นในระดับหนึ่ง ทานยาแผนปัจจุบันอยู่ด้วยค่ะ) ดิฉันจะคิดวนเวียนแต่เรื่องอาการของตนเอง เข้า net ทั้งวัน ค้นหาแต่เรื่อง "เสียงรบกวนในหู" ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เข้ามา post ก็จะไม่มีใครหายเลย เท่าที่อ่านเกือบทุก web ที่คอมพิวเตอร์สามารถ search ได้ มีแค่ ประมาณ 3 รายที่หาย คือ
1. ฝังเข็ม (บอกว่า ฝัง 7 ครั้ง เกือบหายปกติ เหลืออีก 2 ครั้ง คุณหมอบอกว่าน่า
จะหาย)
2. ใช้ใบผักเสี้ยนผีมาปั้นเป็นก้อนกลมแล้วอุดหู 4-5 วัน (2 ราย)
ดิฉันมาคิดอีกทีคนที่เขาหายแล้วเขาก็คงไม่ได้เข้ามาดูกระทู้ หรือมาตอบให้เรารู้ว่าหายแล้ว ขนาดคนที่บอกว่าฝังเข็มแล้วหาย มีคนเข้าไปถามว่าฝังที่ไหน เขายังไม่ได้กลับมาตอบเลยค่ะ
วันๆ วนเวียนแต่เรื่องเหล่านี้ งานการไม่เป็นอันทำ ยิ่งคิดเสียงในหูก็ยิ่งแรงขึ้นๆ อารมณ์ไม่ปกติสุขเลยจริงๆ ค่ะ เคยคิดจะไปพบจิตแพทย์เหมือนกัน
หลังจากนั้นผ่านมาประมาณเดือนครึ่ง จึงมากพบ website ของคุณหมอมา ได้โทรไปพูดคุยกับคุณหมอ คุณหมอน่ารักมากค่ะ กรุณาเล่าให้ฟังว่ามีคนไข้ที่หนักกว่าดิฉันอีก ที่มารักษากับคุณหมอ ทำให้มีกำลังใจขึ้นมาก ค่อยเริ่มคิดในทางบวกมากขึ้น จนบางครั้งก็ลืมๆ เสียงนั้นได้ หัวเราะได้มากขึ้น และจากที่เคยออกกำลังกายมาตลอด (เต้นแอโรบิค) มาหยุดตอนเริ่มป่วย ไม่มีกำลังใจกลัวไปหมด กลัวไปเต้นแล้วทนเสียงเพลงไม่ได้ ตอนนี้กลับไปออกกำลังกายได้เหมือนเดิม จากที่เคยเต้นอยู่ตรงกลางๆ ลาน ซึ่งจะได้ยินเสียงลำโพงดังมาก ก็ขยับมาเต้นเกือบท้ายๆ เราก็ออกกำลังกายได้
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนที่ทำให้เราเกิดโรคแต่ที่คุณหมอมาบอก ตัดความอยากหายเร็วๆ ทิ้งไป เพราะมันเป็นความคิดที่บั่นทอนจิตใจ คิดใหม่ว่าให้มันค่อยเป็นค่อยไป เพราะไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นร่างกายเรามันล้ามานานแค่ไหนจึงเกิดอาการขึ้น ตักบาตร ไหว้พระ สวดมนต์ทุกวัน ขอพระรัตนตรัย และสิ่งที่เราเคารพนับถือเป็นที่พึ่งทางใจก็ช่วยได้ทางหนึ่งค่ะ
อยากจะเรียนคุณหมอว่าที่คุณหมอตอบไปนั้นมีประโยชน์มากๆ ค่ะสำหรับผู้ที่กำลังเจ็บป่วย และคนที่วิตกกังวลในความเจ็บป่วยของตนเอง ถ้าใครที่กำลังมีปัญหาแล้วเข้า web ผ่านมาแถวนี้ คงได้ประโยชน์จากคำตอบและกำลังใจจากคุณหมอค่ะ จริงๆ
ตนนั้นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน คนอื่นให้กำลังใจได้ ชี้ทางให้ได้ แต่เราต้องให้กำลังใจตัวเราก่อน
ถ้าไปคลีนิคคุณหมอมา จะได้พบคุณไมอไหมคะ?
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลกลับ
ยินดีมากค่ะ ที่คุณบุษยมาสได้รับผลประโยชน์ที่ดีจากการเข้ามาเยี่ยมชม web นี้ ขอเป็นกำลังใจให้ตลอดไปนะคะ และเชื่อว่าตอนนี้คุณกลับเป็นปกติ ที่มีชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้
จริงๆแล้ว เราต้องขอบคุณทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ไม่ว่าโรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์ ความสุข เพราะถ้าเราพิจารณาให้ดี เราจะได้ประโยชน์จากมันที่ทำให้เราพัฒนาขึ้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องขอบคุณตัวเองด้วยที่ทำให้ตัวเองมีชีวิตอย่างมีความสุข และมีสุขภาพแข็งแรง นะคะ
ขอเป็นกำลังใจคุณบุษยมาส
มนุษย์ในโลกนี้ไม่มีใครหลีกหนีความเจ็บป่วยไปได้ เพราะเราทุกคนเกิดมาเพื่อการเรียนร้ทั้งกายและใจ ความผิดปกติที่เกิดกับกาย น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นเพราะทำให้เราได้สติ เราใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น เมตตากับตัวเองมากขึ้น และเช่นกันย่อมทำให้เราเมตตาผ้คนรอบตัวเราได้มากขึ้น ได้เห็นเพื่อนร่วมทุกข์ ขอให้มีความสุขกับทุกขณะของการเรียนร้นะค่ะ