สวัสดีค่ะ คุณหมอ
ดิฉันมีปัญหาสุขภาพจะขอเรียนถามค่ะ
มักจะปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยเฉพาะเส้นปัตตะฆาตด้านใน ต้องให้คนที่มีน้ำหนักมากๆเหยียบ ลงน้ำหนักเต็มที่ยังไม่ค่อยรู้สึกเลยค่ะ และเส้นเอ็นคล้ายจะหดแข็งอยู่เสมอๆ พอออกกำลังกายแบบโยคะก็จะหย่อนลงหน่อยเพียงแค่ข้ามคืนพอตื่นเช้ามาก็เหมือนจะหดตึงอีกค่ะ ปัจจุบันใต้ฝ่าเท้าจะเป็นปมแข็งและปวดอยู่หลายจุดเลยค่ะ ไม่กล้าไปนวดเพราะปวดมาก กลัวการนวดค่ะ เพราะจะช้ำเป็นไข้หลายวันทุกครั้งเลยค่ะ เวลานวดด้วยตัวเองจะรู้สึกว่าเป็นลมอยู่ในเส้นค่ะ ยิ่งเวลากดใต้ฝ่าเท้ามักจะเรอลมค่ะ
ระหว่างช่วงประจำเดือน ดิฉันจะปวดเมื่อยมากขึ้น ปวดส้นเท้า เอ็นร้อยหวาย และกลางอุ้งเท้า และปวดหัวมาก อาการเหมือนเจ็บในศีรษะ เอานิ้วกดเบาๆ ก็เจ็บแล้วค่ะ
การขับถ่ายค่อนข้างเป็นปรกติค่ะ คือขับถ่ายเกือบทุกวัน แต่คล้ายๆไม่มีกำลังบีบตัวในช่วงท้ายๆ ดิฉันอาศัยดื่มน้ำให้มากๆหลังตื่นนอนเป็นการช่วยอีกทาง
อีกอาการคือ มีอาการร้อนในอกในคอค่ะ ดิฉันรับประทานยาโรคกระเพาะมานานเพราะคิดว่าเป็นแผลในกระเพาะอาหาร แต่ตอนนี้คุณหมอให้หยุดไว้ก่อนค่ะ และดิฉันรับก็ประทานขมิ้นชันเสมอค่ะ แต่อาการก็ยังคงเดิม โดยเฉพาะเวลาประมาณตีหนึ่ง ต้องตื่นเพราะอาการแสบร้อนอยู่เสมอๆค่ะ เลยนอนได้ไม่ค่อยเต็มที่
ดิฉันรบกวนคุณหมอกรุณาวินิจฉัยอาการพร้อมทั้งขอคำแนะนำ ซึ่งเป็นพระคุณอย่างยิ่งสำหรับดิฉันค่ะ
ขอแสดงความนับถือและขอบพระคุณมายังคุณหมอค่ะ
ณัฏดา วัฏฏะสิงห์
ตอบอาการปวดเมื่อยเส้นตึง
ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอายุ ลักษณะประจำเดือน เคยคลอดบุตรหรือไม่ อุบัติเหตุ การผ่าตัด ฯลฯ
ขอวินิจฉัยตามข้อมูลที่แจ้งมา
1. อาการปวดเส้นเพราะเส้นแข็ง มีลมในเส้น ธาตุไฟกำเริบทำให้ลมเดินติดขัด (เหตุที่ทำให้เส้นแข็ง มีลม ไฟกำเริบ ต้องตรวจสอบอีกครั้ง)จุดแข็งที่ใต้ฝ่าเท้าเป็นก้อนทำให้เส้นในบริเวณอื่นตึงไปด้วย เลือดลมเดินไม่สะดวก
2. เพราะเส้นเอ็นพิการ เมื่อจะมีประจำเดือนมา ร่างกายต้องการไฟธาตุสูง แต่เส้นกลับแข็งตึง ความร้อนในร่างกายยิ่งมาก อาการปวดตามเส้นก็ยิ่งแรง
3. ธาตุน้ำโดยเฉพาะช่วงอกและคอแห้ง ทำให้มีอาการร้อนคอ ขอให้ไปอ่านเรื่อง กรดไหลย้อนหรือคออักเสบ ในคอลัมภ์ ภูมิปัญญาไทยดูแลสุขภาพ
เวลา 10.00-14.00 และ 22.00 - 02.00 น. เป็นช่วงเวลาธาตุไฟกำเริบจะเป็นเหตุให้คุณมีอาการแสบร้อนช่วงอกและคอได้
กล่าวสรุปลักษณะธาตุของคุณที่เป็นอยู่ คือ ธาตุลมพิการ ธาตุไฟกำเริบ ธาตุน้ำหย่อน คิดว่าคุณคงเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้เพราะอ่านจากเรื่องที่คุณอธิบายมาแสดงว่าคุณมีภูมิรู้เรื่องแพทย์แผนไทย
ดังนั้นวิธีแก้ไขคือการลดธาตุไฟ เพิ่มธาตุน้ำ เพื่อให้ธาตุลมปกติ อาหารที่จะรับประทานก็ต้องไปในแนวทางนี้ คือลดอาหารเผ็ดร้อนจัด ไขมันมาก อาหารทอดด้วยน้ำมัน นมเนย ทานอาหารรสขมเปรี้ยวให้มากขึ้น พร้อมกับอาหารขับลม เช่น พริกไทย ขมิ้นขาว ผักชี หอม
ยาที่จะช่วยรักษาโรคเส้นเอ็นพิการเป็นยาต้ม จะช่วยแก้อาการร้อนในคอและอกไปด้วยกัน
ใบมะคำไก่ เถาคันแดง เถวัลย์เปรียง ใบมะกา น้ำหนักอย่างละ 10 บาท
เนื้อในฝักคูน สมอไทย สมอภิเพก มะขามป้อม ดีเกลือเทศ ยาดำ อย่างละ 5 บาท
มะแว้งต้น มะแว้งเครือ แก่นสักขี อย่างละ 3 บาท
ดอกดีปลี เหง้าขิงแห้ง อย่างละ 2 บาท
โกฐทั้งห้า เทียนทั้งห้า เกสรทั้งห้า จันทน์แดง จันทน์ขาว ลูกจัน ดอกจัน กระวาน กานพลู น้ำตาลกรวด อย่างละ 1 บาท
เมื่อซื้อยามาแล้วขอให้โทรมาถามวิธีต้มและวิธีรับประทาน
แช่เท้าด้วยน้ำอุ่นจะใส่ ตะไคร้ ข่า ไพล ลงไปต้มก่อนก็ได้ แช่เท้าเมื่ออุณหภูมิน้ำประมาณ 30 องศา C หลังจกเท้าอุ่นแล้วจึงใช้น้ำมันสมุนไพรที่มิใช่ยาหม่อง ควรใช้ที่มีน้ำมันงาเป็นเบส นวดเท้าทุกคืนก่อนนอน
ก่อนจะต้มยา ขอให้ไปทำบุญใส่บาตรพระจำนวนเท่ากับวันเกิดของตนเอง อุทิศส่วนบุญกุศลให้ครูแพทย์แผนไทย และเจ้ากรรมนายเวร
ขอให้หายเจ็บหายป่วยไวๆค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้พิจารณาทางเลือกในการบำบัด
ข้อมูลยังไม่ครบถ้วน เช่นที่หมอมา บอก แต่ก็มีความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องอาการและยารักษาดังนี้
ปัญหาที่บอกมา.. 1.การปวดเมื่อยตามร่างกาย ใต้ฝ่าเท้ามีปมแข็งและปวดหลายจุด ย่อมสะท้อนถึงการทำงานของอวัยวะภายในช่องท้องที่มีปัญหา 2. ระหว่างช่วงมีประจำเดือน ปวดส้นเท้า เอ็นร้อยหวาย กลางอุ้งเท้าและปวดศีรษะมากเอานิ้วกดเจ็บ (ลักษณะศีรษะบวม) แสดงถึงภาวะมดลูกที่ผิดปกติหรือมีภาวะอักเสบเรื้อรังอย่ขณะที่มีประจำเดือนองค์ความร้อนของโลหิตจึงสูงมากกว่าบุคคลทั่วไปที่อย่ระหว่างมีประจำเดือน 3. การขับถ่ายเกือบทุกวันแต่ไม่มีกำลังบีบตัวในช่วงท้ายๆ เป็นการขับถ่ายที่ไม่ถ่ายทุกวันหรือเปล่า และกำลังการบีบตัวของลำไส้ไม่ดีย่อมแสดงถึงความผิดปกติ กำลังธาตุลมในลำไส้ไม่ดีนัก 4. อาการร้อนในอกโดยเฉพาะเวลาตีหนึ่ง ที่ต้องตื่นเพราะอาการแสบร้อนอย่เสมอ แสดงถึงปิตตะที่ผิดปกติ
สาเหตุ คงต้องดูพฤติกรรมของตัวเองประกอบด้วยทั้งพฤติกรรมในอดีตและปัจจุบันซึ่งไม่ได้ให้ข้อมูลมา เช่น การนอกดึกเป็นประจำ, การกลั้นอุจจาระ,ปัสสาวะเป็นประจำ ,การดื่มน้ำเย็นจัดเป็นประจำ, การทำงานที่ต้องยืน,เดินหรือนั่งในท่าเดียวตลอดทั้งวันเป็นต้น พฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ ทำให้ก่อโรคกับภาวะองค์ความร้อนในร่างกายและการขับถ่ายของเสียต่างๆได้
จากปัญหาที่สรุปได้ 4 ข้อข้างต้น พอจะประมาณถึงสาเหตุได้คร่าว ดังนี้
1. ภาวะโลหิตระดูที่ผิดปกติแฝงอย่และเรื้อรังทุกเดือน ทำให้เกิดของเสียตกค้างในระบบการไหลเวียนของโลหิต(ธาตุน้ำ) ทำให้เกิด ภาวะปวดเมื่อยร่างกายและนานวันเข้ากล้ามเนื้อและเส้นเอ็นจึงพิการ เส้นแข็ง,กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง
2.ภาวะองค์ความร้อนในร่างกายกำเร็บ เกิดภาวะแสบร้อนในเนื้อเยื่อต่างๆ เช่น การร้อนในอกในคอ, ภาวะแสบร้อนภายใน จนต้องตื่นช่วงกลางดึกทุกวัน , การขับถ่ายของเสียได้ไม่สมบูรณ์(ไม่ถึงกับท้องผูกแต่ก็ถ่ายได้ไม่เต็มที่) เป็นต้น
3.จากเหตู 1.และ 2. เมื่อไม่ได้รับการแก้ไขจึงเป็นเหตุเกิดภาวะเรื้อรังเป็นวงจรในแต่ละเดือนและสะสมไปเรื่อยๆ อาการปวดเมื่อยร่างกายจะมากขึ้น,เส้นเอ็นแข็งมากขึ้น ฝึกอาสนะโยคะช่วยบรรเทาอาการได้ในวันต่อวันเท่านั้น
การแก้ไข
แก้ไขภาวะโลหิต(ธาตุน้ำ)ในร่างกายเสียก่อนโดยใช้ยาแก้กษัยโลหิต เมื่อภาวะโลหิตลดความร้อน การปวดเมื่อยร่างกายลดลง นอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่ การขับถ่ายทั้งอุจจาระ,ปัสสาวะมีความคล่องตัว พิจารณาการบำรุงโลหิต,บำรุงร่างกายต่อไป
ยากษัยโลหิต เครื่องยามีดังนี้
ฝาง ๒ บาท แกแล ๒ บาท หญ้าแพรก ๒ บาท ใบไผ่ป่า ๒ บาท แก่นขึ้เหล็ก ๒ บาท เถาวัลย์เปรียง ๒ บาท รากตองแตก ๒ บาท แก่นลั่นทม ๒ บาท จันทน์แดง ๑ บาท จันทน์เทศ ๑ บาท คำฝอย ๑ บาท บอระเพ็ด ๑ บาท ใบมะกา ๔ บาท ลูกสมอไทย ๔ บาท ดอกมะลิ ๑ บาท ดอกพิกุล ๑ บาท ดอกสารภี ๑ บาท บัวหลวง ๑ บาท ดอกบุนนาค ๑ บาท ต้มน้ำดื่ม เช้า/เย็น ครั้งละ ๔๐๐- ๕๐๐ ซีซี
*** การปฏิบัติโยคะอาสนะ ไม่ใช่การออกกำลังกาย แต่เป็นการปรับสมดุลยภายใน(ใจ)และสมดุลยภายนอก (กาย+พฤติกรรม) ควรฝึกอาสนะท่าพื้นฐานเป็นประจำทุกวันหรือ 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ อย่างมีสติใส่ใจใจทุกจังหวะอิริยาบถในการเคลื่อน ประคองความสมดุลยของกายและใจไปตลอดทั้งวัน... ขอให้มีความสุขกับการเรียนร้ตนเองนะค่ะ ..นมัสเต .......... _/\_ :)
สอบถามเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย
ดิฉันปวดเมื่อยบริเวณหัวลงมาที่ต้นคอ แขน และก็นิ้วมือ ตัวอุ่น ๆ เดี๋ยวร้อนดี๋ยวหนาว และมีอาการร้อนในที่ปากหายจุด คลื่นไส้อาเจียน อยากทราบว่าดิฉันเป็นโรคอะไร และจะร้ายแรงมากไหม และต้องทำอย่างไรจึงจะหาย เราะทรมานมาก มีอาการ2-3 วันแล้ว
ตอบ เรื่องปวดเมื่อย ร้อนในปาก
เมื่อกะเพาะลำไส้มีความร้อนสูง จากพิษอาหาร จะเกิดอาการร้อนในในช่องปาก นานเข้าองค์ความร้อนในร่างกายจะแผ่ซ่านทั่วตัว เรียกว่า ปิตตะกำเริบ ทำให้โลหิตข้น จึงทำให้ธาตุลมทำงานผิดปกติ เลือดลมไหลเวียนไม่ดี จึงเป็นเหตุให้เกิดอาการปวดเมื่อย ชา ตามตัว
วิธีการช่วยตัวเองเบื้องต้น ก็ต้องลดพิษร้อนภายในตัว ดื่มน้ำสะอาดธรรมดามากๆ (มิใช่น้ำเย็น) ต้มตำลึง ผักบุ้ง เถามะระขี้นก ดื่ม วันละ 3 แก้ว ถ่ายอุดจาระให้ได้ ปัสสาวะให้คล่อง อาการร้อนในจะหายไปเอง ส่วนอาการปวดเมื่อยตามตัว ก็ต้องดูหลังจากเปลวความร้อนลด
อีกทางเลือกหนึ่งของการดูแลสุขภาพ
สำหรับผู้ที่มีปัญหาปวดเมื่อย ต้องหาหมอนวดจับเส้นบ่อยๆ นวดแล้วก็เป็นอีก ปัญหาเกิดจากไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย นั่ง ยืน หรือขับรถเป็นเวลานานๆ ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ ทำให้ปวดน่อง ปวดขา ปวดเข่า เป็นตะคริวบ่อยๆ ปวดเอว ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดต้นคอ ขอแนะนำทางเลือกใหม่ที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยของคุณโดยไม่ต้องใช้ยา ไม่ต้องพึ่งหมอนวด สามารถทำได้เองง่ายๆที่บ้าน เพียงแค่ยืน!! เข้าชมรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ http://www.happyheng.com
การดูแลอาการปวดเมื่อยง่ายๆ
http://www.cm-club.com/vb/showthread.php?t=252647
แป้นจักรวาลบำบัดกดจุดรักษาโรคแก้ปวดเมื่อย เส้นยึดเส้นตึงต่างๆ