มองคนไข้ด้วยแว่นตาของแพทย์แผนไทย!...

()

ในการบำบัดรักษาเชิงการแพทย์แผนปัจจุบันนั้น มักจะรอผลการตรวจเลือด,ปัสสาวะและอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัย  จนบางครั้งลืมคำนึงถึงอาการของคนไข้ที่เป็นผลการสืบเนื่องมาจากการเจ็บป่วยในอดีต...  แล้วแพทย์แผนไทยละ !  มีความพอเหมาะพอดีในการมองคนไข้นั้นอย่างไร ... เพราะสิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็น

สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ล้วนมีที่มาที่ไป ตามเหตุและผลแห่งกรรม  ดังกรณีศึกษาต่อไปนี้ ซึ่งอยากจะให้ลองวินิจฉัยกันบ้าง เผื่อว่าจะมีแนวทางอื่นๆ ในการบำบัด...

คนไข้เป็นเด็กหญิง อายุ 8 ปี มาด้วย..  อาการผื่นคันทั่วร่างกาย รอยโรคแผลเป็นจากการเกา ดำคล้ำทั้งตัว  ใบหน้าหมองคล้ำ, สีผิวดำคล้ำ  (มารดาเล่าว่าก่อนหน้านี้เป็นเด็กผิวขาว)  มักจะมีไข้สูงจัดช่วงเวลากลางคืน  พร้อมกับมีลมพิษขึ้นทั่วร่างกายและมีอาการไอร่วมด้วย  รักษาในแนวทางแผนปัจจุบันมาเกือบ  3 ปี  ได้รับยาแก้แพ้มาตลอด..

จากการซักประวัติการเจ็บป่วยในอดีตนั้น  มารดาเล่าให้ฟังว่า  เมื่อ 3 ปีที่แล้วไปโรงเรียน ช่วงนั้นเด็กๆ เป็นไข้กันทั้งโรงเรียน จึงติดไข้จากเพื่อนๆ ที่โรงเรียน   ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลครั้งละ  5-7  วัน  เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลเป็นเช่นนี้อยู่ทั้งปี  หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว  เมื่อเล่นกีฬากลางแจ้งกับเพื่อนๆ คราวใดก็จะมีไข้  และเริ่มมีอาการไข้สูงจัด, ไอมากในช่วงกลางคืน  พร้อมทั้งลมพิษขึ้นทั้งตัว จึงได้ไปพบแพทย์ ผลการตรวจครั้งล่าสุดพบว่า เป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดพาหะ เกล็ดเลือดต่ำมาก..

หมอจึงได้คุยกับมารดาคนไข้ว่า  โรคธาลัสซีเมียในแผนไทยนั้นไม่มี  สิ่งที่เราต้องช่วยกันทำ ก็คือ  ทำอย่างไรให้เด็กแข็งแรงขึ้น  ใช้ชีวิตในวัยเด็กได้อย่างสมบูรณ์ คือ ได้เรียน,  ได้เล่น และได้พัฒนาการตามวัย  โดยมารดาต้องดูแลให้เด็กงดอาหารแสลงโรคต่างๆ  และทานยาตามกำหนดให้ได้  อีกทั้งอาหารที่จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้องดูแลให้เด็กได้รับด้วย...

ด้วยแว่นตาของแพทย์แผนไทย สิ่งที่หมอมองเห็นนั้นก็คือ  ปิตตะกำเริบและดำเนินเข้าสู่กองปัถวีธาตุ   เหตุใดปิตตะกำเริบ ?  ปัถวีธาตุใดๆ พิการ ?

จากประวัติการเจ็บป่วยในอดีต  ทำให้ได้มูมมองถึงสาเหตุต่างๆ  ดังนี้
           1. จากกรรมพันธุ์  ที่มีความผิดปกติแฝงอยู่
           2. จากพิษไข้ที่รักษาและกระทุ้งพิษออกไม่หมด  ทำให้เชื้อไข้(เชื้อโรค) หลบใน และกระทำพิษภายใน
จากสาเหตุข้างต้น 1. และ 2.  ทำให้ยกนัง(ตับ) ทำงานหนัก องค์ความร้อนสูงอีกทั้งไม่สามารถกำจัดพิษของเชื้อโรคและเถ้าจากยาต่างๆ ที่กินเข้าไป ตลอด 1-2 ปี ที่ผ่านมา  เป็นเหตุให้ เกิดภาวะต่างๆ นั่นคือ 

-  โลหิตร้อน  เกิดลมพิษทั่วร่างกาย
-  ภาวะเม็ดเลือด,เกล็ดเลือดต่ำมาก
-  ภาวะโรคอันสมมุติว่า ธาลัสซีเมีย(แผนปัจจุบัน) แสดงอาการชัดเจน


การแก้ไขบำบัด

1. ด้วยยาโดยใช้ ยาแก้ตับในเด็ก ชื่อว่า  ยามหาคงคง  ทั้งกินและชโลม
2. งดอาหารแสลงโรคต่างๆ ดังนี้  เช่น  เนื้อวัว,สัตว์ปีก,ปลาไม่มีเกล็ด,หน่อไม้,ขนุน,ทุเรียน,ลำไยกล้วยหอม,บะหมี่สำเร็จรูป เป็นต้น
3. อาหารที่ควรเสริม เช่น  ตับสัตว์, ปลาช่อนและต้นหอม  เป็นต้น

ผลการรักษา

ช่วงแรกๆ ที่กินยา มีผื่นขึ้นตามร่างกายมากกว่าเดิม  บริเวณที่ไม่เคยมี ก็มี  เมื่อใช้ยาชโลมแล้วอาการคันลดลง   ภาวะไข้สูงจัดช่วงกลางคืนลดลง   อาการไอไม่มี   และเมื่อกินยาและชโลมยาต่อมาเรื่อยๆ  ผื่นต่างๆ ลดลง  รอยโรคที่ผิวหนังลดลง  จางลง  สีผิวเด็กสดใสไม่หมองคล้ำ  อยากอาหารมากขึ้น  อยากเล่นสนุก ไม่ซึม  สามารถเล่นกลางแจ้งกับเพื่อนๆ ได้เป็นปกติ

ข้อคิดที่ได้จากกรณีนี้  ก็คือ  การมองคนไข้จากหัวใจผู้บำบัด  สิ่งที่เรากำลังทำคือ  การรักษาคนมิได้รักษาโรค  ผลการตรวจเลือดความเป็นพาหะอาจจะยังคงอยู่  แต่คนไข้สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติสุข  ได้เรียน  ได้เล่น  มีพัฒนาการสมวัยเช่นเดียวกับเด็กอื่นๆ  มีความสุข  นั่นก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ...?

คนไข้เป็นทุกข์จากกรรมเก่า( การคลุกคลีกับเพื่อนๆจนติดไข้)  แต่ได้สร้างกรรมใหม่ซึ่งเป็นกรรมดี นั่นคือ  มีความเข้มแข็ง,อดทน  อายุเพียง  8 ขวบเท่านั้น  สามารถงดอาหารแสลงโรคและกินอาหารเสริมที่ไม่ชอบ,ไม่ถูกใจได้และที่สำคัญ สามารถกินยาแผนไทยที่ไม่อร่อย,ชโลมยากินแปลก ได้  ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งกว่าผู้ใหญ่บางคน  ย่อมได้รับผลบุญ,ได้รับความสุข นั่นเอง.. ยอดเยี่ยมจริงๆ  หมอขอคารวะ..  _/\_  ....   


ตำรับยาที่ใช้ชื่อว่า ยามหาคงคา   (กล่าวไว้ในตำรายาวัดโพธิ์  ขุนกุมารประสิทธิ์ทูลเกล้าถวาย)
เครื่องยาประกอบด้วย...    จันทน์ทั้งสอง   เปราะหอม  ดอกพิกุล  ดอกมะลิ  เกสรสารภี  เกสรบัวหลวง  รากชิงชี่  รากท้าวยายม่อม  รากหญ้านาง  เถามวกแดง  เอาเสมอภาค  ทำเป็นจุณบดทำแท่งไว้  ละลายน้ำดอกไม้ทั้งกินทั้งชโลม......  นมัสเต... 

ซาบซึ้งค่ะ

ได้อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกหัวใจเต็มตื้นขึ้นมา เด็กน้อยคนนี้มีหัวใจที่เข้มแข็งจริงๆ

น่าเสียดายนะคะที่ผู้ใหญ่สมัยนี้ลืมการใช้ยาพื้นบ้าน พาเด็กไปกินยาแก้อักเสบอยู่เรื่อย จากเด็กธรรมดากลายเป็นเด็กอมโรคไป โรคภูมิแพ้นี้แหละ top hit ดูแล้วน่าหนักใจแทนพ่อแม่สมัยใหม่ ต้องเสียเงินทองจำนวนมากรักษาลูกทั้งๆที่อยู่ในวัยที่แข็งแรงและมีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว แต่ต้องมาติดโรคภูมิแพ้นี้แหละ

Subscribe to ThaiHerbClinic.com feed