ลมหายใจเห็นเหมือนไข่เน่า

เวลาก้มลงจะมีกลิ่นเหม็นเหมือนไข่เน่า จึงหาดูว่ามีของเน่าอยู่แถวนั้น หาอยู่หลายวัน
แต่ไม่เจออะไร จึงคิดว่าเกิดมาจากในตัวเราหรือเปล่า จึงให้เพื่อนดมกลิ่นหายใจดู
เพื่อนจึงบอกว่าเป็นกลิ่นที่มาจากลมหายใจเรา **ไม่ไชกลิ่นปากครับ**
อยากถามคุณหมอว่าสาเหตุมาจากอะไรได้บ้างครับ

กลิ่นเหม็น

กลิ่นลมหายใจเหม็น?

คัมภีร์แพทย์กล่าวถึงกลิ่นที่เกิดขึ้นในช่องทางเดินอาหารไว้ว่า ถ้าเป็นกลิ่นบูดเสียเกิดขึ้นจากภาวะอาหารใหม่พิการ นั่นก็คือการย่อยอาหารในช่วงกระเพาะอาหารทำงานได้ไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดอาหารตกค้างมีการบูดเสีย อาการตามมาคือจุกเสียด แน่น เรอกลิ่นเหม็น

อีกประเด็นคือ ภาวะร้อนในก็จะมีกลิ่นปาก,ลมหายใจเหม็น และภายในช่องปากจะภาวะบวม แดง การบวมสังเกตดูได้จากขอบลิ้นจะเป็นหยักตามซึ่ฟัน

แต่ถ้าไม่ใช่ทั้งสองกรณีที่กล่าวนี้ แต่มีกลิ่นเหม็นทั้งปากและลมหายใจ นั่นคืออวัยวะภายในร่างกายเกิดการอักเสบแฝงเร้นอยู่ในขั้นสันนิบาตแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและดำเนินการรักษาต่อไป

...

อาจจะเป็นหวัดหรือไซนัสก็ได้นะคะ่

เราก็เป็นแต่เป็นไซนัส ที่ถึงคั่นรุนแรงแล้วอ่ะคะ่

ตอบ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น

 อาการไซนัสอักเสบเรื้อรัง  ทำให้ลมหายใจมีกลิ่นเหม็นมากได้     แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูโพรงจมูกและไซนัส  เพื่อรีบให้การรักษาไม่ควรปล่อยไว้
 
ทางการแพทย์แผนไทย วินิจฉัยตามคัมภีร์โรคนิทาน เป็นธาตุนำพิการ คือ น้ำมูกพิการหรือแตก นั้น ให้ปวดในสมอง ให้น้ำมูกตก ให้ตามัว ให้ปวดศีรษะะ โทษ ๔ ประการนี้ ถ้าจะแก้ให้ทำยาลมประกอบด้วย ใบน้ำดับไฟ ๑ หัวหอม ๑ เทียนดำ ๑ ดินประสิวขาว ๑ เมล็ดฝ้ายขั้ว ๑  ใบพลูแก ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ บดเคล้ามูลน้ำมันหอม สุมกระหม่อม ๓ วัน หาย
 ถ้ายังไม่หายให้ประกอบยาดม หัวหอม ๑ น้ำประสารทอง ๑ น้ำประสารดีบุก ๑ เอาเสมอภาคทำเปนยานัดถุ์ก็ได้ ให้ดมสูดเข้าไปก็ได้
 แล้วจึงทำยากินภายใน เอาสะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ขิง ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑       แฝกหอม ๑ สมอไทย ๑ สมอเทศ ๑ พรรณผักชี ๑ จันทน์หอม ๑ กฤษณา ๑ เปราะหอม ๑ มะขามป้อม ๑ ว่านน้ำ ๑ ดอกบัวหลวง ๑ ดอกบุนนาก ๑ เอาเสมอภาคต้มกินแก้ธาตุน้ำ  คือน้ำมูกแตกหายแล

ถ้ายังไม่

ถ้ายังไม่หายให้ประกอบยาดม หัวหอม ๑ น้ำประสารทอง ๑ น้ำประสารดีบุก ๑ เอาเสมอภาคทำเปนยานัดถุ์ก็ได้ ให้ดมสูดเข้าไปก็ได้
จะเป็นอันตรายไหม ที่จะเอาน้ำประสานทอง น้ำประสานดีบุก เป็นยานัตถ์ คุณหมอเคยใช้หรือเปล่าคะ

ให้ความรู้เป็นวิทยาทาน

ตำรับยาที่ลงให้ไว้นำมาจากคัมภีร์แพทย์แผนไทยเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้สนใจให้ไปศึกษาต่อตามวัตถุประสงค์ของเวปนี้เพื่อแบ่งปันและพัฒนาความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย

ส่วนการใช้หรือจะนำตำรับยาที่ลงไว้ไปใช้ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อจะได้วินิจฉัยและให้การรักษาได้ถูกต้องกับโรค

ยานัตถ์ตำรับนี้ยังไม่เคยใช้ เพราะเพียงให้ยาต้มรับประทานอาการก็ทุเลา ตามภูมิปัญญาสมัยโบราณการจะนำสารที่ปัจจุบันคิดว่ามีพิษมาใช้ ก่อนใช้เขาจะมีวิธีการฆ่าพิษหรือทำให้ความเป็นพิษลดลง และเมื่อใช้เป็นตำรับจะมีตัวฆ่าฤทธิ ตัวคุมฤทธิ์อยู่ในตำรับเสร็จ  ต่างจากปัจจุบันที่ต้องเอามาสกัดสารเชิงเดี่ยวนำมาใช้ ซึ่งหากสารนั้นมีพิษก็จะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้เลย