เพื่อนของน้องโทรมาปรึกษา เล่าว่ามีอาการไอมาก ไอทั้งกลางวันและกลางคืน อีกทั้งมีลูกเล็กๆ ที่ต้องดูแล จึงกังวลมากกลัวว่าลูกจะติดหรือเปล่า เมื่อมีอาการนั้นได้รักษาที่ โรงพยาบาล มาตลอด กำชับของยาแรงๆเพื่อที่จะหายเร็วๆ แต่อาการกลับแย่ลง มาเรื่อยๆ...
หมอได้ซักประวัติใหม่ถึงอาการที่เป็นเริ่มแรกนั้น น้องเล่าให้ฟังว่า "มีอาการไข้และได้ทานยาครบตามกำหนด(รักษาแผนปัจจุบัน) อาการไข้หายแล้ว 2-3วัน บังเอิญต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้านรู้สึกตัวรุมๆ ตกเย็นมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และกังวลว่าจะมีอาการไข้เกิดขึ้นอีก ดังนั้นจึงได้ทานยาแก้ไข้พาราเซลตามอน ในเย็นนั้นและก่อนนอน ตกดึกวันนั้นเองก็เริ่มมีอาการไอ วันรุ่งขึ้นได้ไปพบ แพทย์ ได้รับยาฆ่าเชื้อมารับประทาน แต่อาการไอก็ไม่ดีขึ้น เสมหะที่หลุดออกมาเป็นสีขาว ใส จึงได้ไปพบแพทย์อีกครั้งก็ได้รับยาฆ่าเชื้อมารับประทานอีก คราวนี้อาการไอ ยิ่งรุนแรงมากขึ้น ไอทั้งกลางวัน กลางคืน และอยู่ภายในห้องแอร์จะไอมากขึ้น"
จากประวัติที่เล่ามา หมอได้ให้คำแนะนำว่า … ควรจะใช้ผ้าพันคอเป็นประจำทั้งภายในบ้านและภายนอกบ้านในช่วงนี้ หลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศเย็นเช่น ห้องปรับอากาศ, บริเวณที่มีลมกรรโชก เป็นต้น หรือถ้าต้องเข้าห้องปรับอากาศให้สวมถุงเท้าที่อุ่นๆ ด้วย และทำน้ำสมุนไพรแก้ไอ จิบทุกครั้งที่เกิดอาการ
สมุนไพรที่แนะนำคือ ขิงสดฝนกับน้ำมะนาว หรือใช้วิธีคั้นน้ำขิงสดออกมาแล้วจึงผสมกับน้ำมะนาว แทรกเกลือนิดหน่อย ลดความกังวลใดๆ รักษาอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เป็นนิด.... และงดรับประทานยาแก้ไข้ใดๆเนื่องจากร่างกายไม่มีไข้แล้ว รวมทั้งยาฆ่าเชื้อต่างๆ เพราะเท่าที่ผ่านมารับประทานแล้วกลับแย่ลง อีกทั้งเสมหะที่หลุดออกมา ไม่น่าจะมีการติดเชื้อ เหตุที่น้องมีอาการไอมากเนื่องจากอาการไข้หายแล้ว ถ้าพักผ่อนและดื่มน้ำเยอะช่วงที่กลับจากธุระนอกบ้านร่างกายก็จะปรับตัวได้และดี ขึ้น แต่ได้รับประทานยาแก้ไข้ติดต่อกันทำให้อุณหภูมิในร่างกายต่ำกว่าที่ควรจะ เป็น(ต่ำกว่าภาวะปกติวิสัยของร่างกายตนเอง) ทำให้เกิดการปรับตัวที่ผิดปกติเพื่อที่พยายามรักษาสมดุลยของตนเอง จึงได้เกิดภาวะไอ...
ทางแก้ไขนั้นก็คือ ทำอย่างไรให้ร่างกายอุ่นขึ้น เพื่อให้อุณหภูมิของร่างกายกลับเป็นปกติ โดยการปรับพฤติกรรมและใช้สมุนไพรที่แก้ไขภาวะลม ปรับธาตุ และเป็นยาประจำอากาศธาตุ เข้ามาช่วยเสริมปรับภายใน เมื่ออุณหภูมิของร่างกายเป็นปกติอาการไอก็จะหายไป....
หลังจากนั้น 4 วัน เพื่อนของน้องคนนี้ได้โทรมาเล่าว่า อาการไอหายดีแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ..
กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของมนุษย์ทุกวันนี้ ซึ่งเมื่อเกิดอะไรขึ้นมาก็มักจะกล่าวโทษและต้องการคนรับผิดเช่น เชื้อโรคต่าง ๆ แต่ถ้าเรามองให้ดีย้อนคิดสักนิดจะพบว่า เชื้อโรคตัวร้ายก็คือ มุมมองด้านลบของเรานั่นเอง...
ความคิดเห็น
ขอบคุณ
ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆ จะนำไปใช้ค่ะ
สุรีรัตน์