เกือบจะถูกผ่าตัด

แม่อายุได้ 55 ปี หลัง จากที่นั่งหลังขดหลังแข็งบนพื้นมาเป็นเวลานานในช่วงบ่าย ก็ได้ลุกเข้าห้องน้ำแบบนั่งชักโครก แต่ไม่หย่อนก้นลงติดฝาชักโครก ช่วงขณะที่กำลังลุกขึ้น แม่รู้สึกปวดแปลบที่ต้นขาหลังทันที จึงได้นอนราบลง เพียง 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น ก็ขยับตัวตั้งแต่ส่วนเอวลงมาไม่ได้เลย พวกลูกๆรีบพาส่งโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงใกล้บ้าน นอนอยู่ 1 คืน โดยไม่ทราบสาเหตุของโรค

คุณหมอจึงบอกกับคนไข้ว่าจะต้องผ่าตัดส่วนหลัง โชคดีที่ครอบครัวเรามีญาติผู้ใหญ่ซึ่งเป็นหมอแผนโบราณจีน เมื่อทราบข่าวและอาการ ก็ขอให้นำแม่ออกจากโรงพยาบาล แล้วปรุงยาให้ทาน 3 ห่อ ทานติดต่อกัน 3 วัน ก็เริ่มขยับท่อนขาได้เอง คุณหมอได้ปรับตัวยาจากชุดแรก และให้ทานอีก 3 ห่อ 3 วัน คราวนี้แม่สามารถลุกเดินเข้าห้องน้ำได้เองหลังจากนอนลุกไม่ได้มา 8 วัน

คุณหมอบอกว่า เป็นเพราะขณะที่แม่กำลังลุกจากโถชักโครก และต้องโน้มตัวไปข้างหน้าเพราะปวดหลังเนื่องจากนั่งกับพื้นมานาน ทำให้ลมขนาดเพียงปลายนิ้วก้อย แล่นเข้าไปจุกในโพรงกระดูกไขสันหลังช่วงเอว มีผลให้เกิดอาการปวดแปลบที่ต้นขาหลังขึ้นมาทันที และขยับตัวไม่ได้ในที่สุด

วิธีการแก้ไข ก็เพียงแต่ทานยาขับลมที่กระจุกในไขสันหลังนั้นออกมา น่าเสียดายยิ่งนัก ที่ในขณะนั้น ผู้เขียนยังไม่ได้คิดจะศึกษาการรักษาสุขภาพด้วยภูมิปัญญาตะวันออก จึงไม่ได้ซักถาม หรือเรียนรู้ให้ลึกยิ่งขึ้นถึงสาเหตุ สมุฏฐานของโรค วิธีการรักษา และตัวยาที่ใช้ เพราะบัดนี้คุณหมอท่านนั้นก็ได้จากโลกนี้ไปแล้ว

แต่เมื่อได้ศึกษาทฤษฎีการ แพทย์แผนไทย จึงทำให้เข้าใจสมุฏฐานของโรคในคน 3 วัย คือ ปฐมวัย วัยเด็ก เริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 16 ปี วัยนี้มักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำเป็นต้นเหตุ

ดังจะเห็นว่า เด็กในวัยนี้ มักป่วยด้วยไข้หวัด และมีเสมหะแทรกอยู่เป็นประจำ เวลาที่เป็นมักจะเกิดในช่วง 06.00 – 10.00และ 18.00 – 22.00 น. ใน คลินิครักษาเด็ก จะพบว่าเด็กส่วนใหญ่มาหาหมอด้วยอาการตัวร้อน ไอ น้ำมูกไหล มีเสมหะ แพทย์ก็จะให้ยาแก้หวัด แก้อักเสบ และยาลดไข้ เพียง 2-3 วันก็หาย วิธีการป้องกันและรักษาด้วยกรรมวิธีการ แพทย์แผนไทย ก็ด้วยการให้เด็กวัยนี้รับประทานอาหารรสเปรี้ยว รสขม เพื่อให้ร่างกายเกิดสมดุลย์นั่นเอง

มัชฌิมวัย วัยหนุ่มสาว เริ่มตั้งแต่ อายุ 16 ปี จนถึงอายุ 32 ปี วัยนี้มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟเป็นต้นเหตุ ใน วัยนี้มักมีอาการที่เรียกว่าร้อนใน ปากเป็นแผล ขบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายมากไป หรือน้อยไป จึงทำให้เกิดโรคได้ และมักเกิดในช่วงเวลา 10.00 – 14.00 น. และ 22.00 – 02.00 น. เพื่อ ให้เกิดสมดุลในร่างกาย วัยนี้ควรรับประทานอาหารรสขม รสเปรี้ยวฝาด เปรี้ยวเค็ม เป็นที่น่าสังเกตว่าในละแวกที่มีคนทำงานวัยหนุ่มสาวมากๆ ในช่วงเที่ยงหลังรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ส่วนใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะซื้อมะม่วง มะกอกฝรั่ง ฝรั่งสด ฝรั่งดอง เข้ามาทานต่อ ด้วยความเอร็ดอร่อย ทั้งนี้ก็เป็นไปตามความต้องการของร่างกายเพื่อปรับสมดุลนั่นเอง

ปัจฉิมวัย หรือวัยชรา เริ่มตั้งแต่อายุ 32 ปี ขึ้นไป จนถึงอายุขัย ในวัยนี้มีธาตุลมเป็นฐาน และมีธาตุน้ำแทรก จึงมักเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากลมและน้ำในร่างกาย เวลาที่เป็นก็มักจะเป็นในช่วงเวลา 14.00 – 18.00 น. และ 02.00 – 06.00 น. คนในวัยนี้ควรทานอาหารรสเผ็ดร้อน รสขม ฝาด และหอม เช่น น้ำขิง เพื่อขับลม หรือกลุ่มยาหอมเพื่อบำรุงหัวใจ เราจะสังเกตได้ว่าคนสูงวัยมักตื่นเช้า เพราะลมกำเริบในช่วงนั้น ทำให้อึดอัด ส่วนในช่วงบ่ายก็มักเรียกหายาดม ยาหอมก็เพราะลมกำเริบนั่นเองความเจ็บป่วยของแม่ซึ่งเกือบจะต้องถูกผ่าตัด ด้วยสาเหตุของลมเพียงปลายนิ้วก้อย หากรู้จักดูแลสุขภาพของตนเอง รักษาสมดุลของร่างกายตามวัยและเวลา คงช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นได้

ความคิดเห็น

ตำรับยาไทย รักษาโรคนี้ได้ไม๊

ใบบทความนี้ บอกว่าผู้ป่วยหายได้ด้วยยาจีน ช่วยแนะนำวิธีรักษาด้วยยาไทยด้วยค่ะ

โรคลมอัมพฤกษ์

โรคที่เกิดนี้ แพทย์แผนไทยเรียกว่า โรคลมอัมพฤกษ์

พระคัมภีร์ชวดารกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า "ลมเกิดในทิศเบื้องต่ำ คือลมอัมพฤกษ์ อัมพาต ลมทั้ง 2 นี้ บังเกิดปลายแม่เท้าตราบเท่าเบื้องบน หวาดไหวทั้ง 6 สรีระกายย่อมถึงแก่พินาศเป็นอันมาก อัมพฤกษ์ อัมพาต ทั้ง 2 นั้น เป็นที่ตั้ง เป็นฐานแห่งลมทั้งหลาย อันบังเกิดจรได้ละ 100 ละ 1000 แพทย์จะได้หยั่งรู้หามิได้ กำหนดได้แต่ อัมพฤกษ์ อัมพาต ก็เรียกว่า อัมพฤกษ์ อัมพาต มีครุวนาดุจปืนเป็นที่ตั้งแห่งดินประสิว ลูกกระสุนและเพลิง ซึ่งแล่นออกจากลำกล้อง ประหารชีวิตสรรพสัตว์ทั้งปวงให้วินาศฉิบหายได้ อัมพฤกษ์ อัมพาตเหมือนลำกล้อง สิ่งอันประกอบเหมือนลมจรนั้นแล"

อ่านแล้วก็ต้องแปลไทยเป็นไทยตามความเห็นของผู้เขียนว่า "ลมชนิดหนึ่งซึ่งมีฤทธิ์แรงเปรียบดังลูกกระสุนดินปืน บังเกิดขึ้นจากปลายเท้า วิ่งผ่านลำกล้องปืนซึ่งหมายถึงเส้นอัมพฤกษ์ เส้นอัมพาต สามารถเกิดขึ้นได้วันละ 100 ละ 1000 ครั้ง ทำลายชีวิตให้วินาศฉิบหายได้ ก็หมายถึงทำให้เกิดลมอัมพฤกษ์ ลมนี้กระทบถึงลมทั้งหก (ลมอุทธังคมาวาต อโธคมาวาต กุจฉิสยาวาต โกฏฐาสยาวาต อัสสาสะปัสสาสะวาต และ อังคะมังคานุสารีวาต) ทำให้ร่างกายแปรปรวนขยับเขยื้อนบางส่วนไม่ได้

แนวทางการรักษาตามทัศนะของผู้เขียน ต้องทำให้ลมทั้งหกเดินได้ตามปกติ ด้วยการถ่ายเสมหะเมือกมัน รักษาเส้นเอ็นให้หย่อน ต้องทานยาและต้องนวดโดยเฉพาะหน้าท้อง ประคบทั่วตัว ให้ยาถ่ายเส้นเอ็น ยาถ่ายน้ำเหลือง ตามพระคัมภีร์โรคนิทาน ว่าด้วยเรื่อง "เอ็นพิการ" ควรรับประทานเป็นยาต้ม หลังจากนั้นให้ยาธรณีสัณฑฆาตตำรับที่มีพริกไทยล่อนเท่ายาทั้งหลาย และให้ยาบำรุงธาตุในท้ายที่สุด

ท่านผู้ใดมีประสบการณ์รักษาลมอัมพฤกษ์มาแล้ว ช่วยแสดงความเห็นเพิ่มเติมเพื่อเป็นวิทยาทาน และแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจ

ลมอัมพฤกษ์

สาเหตุจากอาหารก่า อาหารใหม่กินกินไม่ย่อย ทำให้เกิดการพอืดพอมในช่องท้องแล้วปวดร้าวลงไปที่ปั่นเอวศูนย์รวมประสาทลงไปส่วนล่างมีปัญหาจึงทำให้เกิดลมหวน
เป็นลมของอาการเส้นสันตฆาตลงไปปลายปัตฆาตแล้วย้อนกลับเป็นลมหวนเกิดลมใหม่คือ
ลมอันตพฤกษ์ อันเป็นสาเหตุของอัมพฤกษ์