เนื่องจากคุณพ่อของผมมีอาการของโรคเส้นเลือดสมองตีบ คือแขนขาด้านซ้ายชา
ก็พาไปพบแพทย์ ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง หมอก็ให้ยามาทานเป็นยาขยายหลอดเลือดและอะไรอีกหลายอย่าง อาการก็ดีขึ้นคุณพ่อก็สามารรถทำกิจกรรมต่างๆได้เป็นปกติ แต่ก็จะมีอาการ
ชาแขนขา หน้ามืดบ้างเป็นบางครั้ง เนื่องจากคุณพ่อเป็ข้าราชการเกษียรท่านชอบปลูกต้นไม้ทำสวนไปเรื่อยบอกให้หยุดพักผ่อนก็ไม่ยอม อาการชาแขนขาและหน้ามืดก็ไม่หายขาดแม้จะทานยาตามหมอสั่งมาเป็นเวลาประมาณ 5 ปีได้ จนมาเมื่อเร็วๆนี้ยาหมดสองวันก็ไม่ยอมไปเอามาทานอ้างว่าไม่ว่าง(คุณแม่เล่าให้ฟังว่าขยั้นขยอเท่าไรก็ไม่ยอมไปจะไปดูสวน) จนในที่สุดตอนเย็นวันที่ 3 ก็เกิดอาการหน้ามืดแขนขาชาทั้งตัวขยับตัวไม่ได้ลิ้นแข็งพูดไม่ชัดจึงรีบพาไปโรงพยาบาลพอไปถึงโรงบาลหัวใจหยุดเต้นหมอก็กระตุ้นหัวใจให้จนฟื้นแต่ไม่รู้สึกตัว จนเช้าอีกวันเข้าไปเยียมคุณพ่อและฟังผลตรวจสมองจากคุณหมอ พบว่าท่านลืมตาและกระพริบตาได้แต่ไม่สามารถขยับร่างกายได้ หมอได้วินิจฉัยว่าเส้นเลือดสมองตีบทำให้สมองขาดเลือดไประยะหนึ่ง แต่ที่ทำให้ผมตกใจมากคือหมอบอกว่าสมองส่วนนั้นคือก้านสมองซึ้งหมอบอกว่าเป็นส่วนที่ควยคุมระบบการหายใจและความรู้สึกและคุณหมอบอกว่าให้ญาติทำใจได้เลยเพราะคนไข้ไม่มีอาการตอบสนอง
ตอนนั้นผมช็อคและร้องไห้และมองไปที่คุณพ่อ(คุณหมอบอกอาการที่ข้างเตียงคนไข้)เห็นคุณพ่อท่านกระพริบตาและน้ำตาไหล คุณแม่ก็ไม่กล้าอยู่ฟังคุณหมอจนจบ
ผมมีขอสงสัยและขอความรู้ด้วยครับว่า คนไข้ที่ก้านสมองตายสามารถได้ยินและกระพริบพยักหน้าได้หรือไม่ เพราะวันที่ 2 คุณสามารถพยักหน้าได้เมื่อเวลาถามว่าต้องหมอนข้างมั๊ย,ร้อนมั๊ย,มื่อยมั๊ย อาการดีขึ้นจากวันแรกมากแต่ไม่สามารถพูดและขยับตัวได้ตอนที่ผมเขียนนี้คุณพ่อกำลังนอนอยู่ในโรงพบาลวันที่ 2 ครับ ผมเลยอยากถามว่าคนไข้ที่ก้านสมองตายสามารถได้ยิน,รับรู้,และตอบสนองดังที่กล่าวมาได้มั๊ยครับ
ขอบคุณครับ
รักพ่อมากกกกกกกกกกก
ขอเป็นกำลังใจ
ขอแสดงความเสียใจและเห็นใจกับสิ่งที่ครอบครัวคุณประสบ ดิฉันไม่ใช่หมอแผนปัจจุบัน ไม่มีความเข้าใจจะตอบได้ แต่ขอเสนอความเห็นบางประการ อาจจะช่วยทางจิตใจได้บ้าง
ขอให้คุณพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ว่า ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดาที่จะต้องเกิดในทุกๆสัตว์รวมถึงมนุษย์ด้วย เพียงแต่ว่าจะเกิดเร็วหรือช้าเท่านั้น ดังนั้นเวลานี้ สิ่งที่สำคัญมากคือความเข้าใจต่อชีวิตที่เป็นจริง จะได้มีสติรับรู้และแก้ไขสิ่งที่เกิด ไม่ให้ทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ คุณพ่อของคุณได้เสียสละร่างกายตนเองแสดงความเป็นจริงของชีวิตให้ภรรยาและลูกได้เห็น แทนที่จะตกอยู่ในความเศร้า หันกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงไม่ดีกว่าหรือ แล้วทำปัจจุบันให้ดีที่สุด หน้าที่รักษาทางกายปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ หน้าที่รักษาทางใจ มีแต่ครอบครัวเท่านั้นจะช่วยรักษาได้ เอาหนังสือธรรมะมานั่งอ่านให้คุณพ่อฟัง จับมือบีบมือบีบแขนขาไปด้วย เปิดเทปสวดมนต์ เทปบรรยายธรรม โดยเฉพาะของอาจารย์ปราโมช ปราโมชโช ให้คุณพ่อฟัง จะได้ประโยชน์มาก ถ้าจิตใจดี สงบ จะส่งผลต่อร่างกาย อาจทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น เวลานี้มีสติ สำคัญที่สุด ไม่ต้องสนใจว่าคุณพ่อจะฟังรับรู้ได้หรือไม่ ขอให้ปฏิบัติตามนี้ จะมีผลดีต่อจิตใจคุณพ่อและทุกคน
อย่ากังวล
อย่ากังวลไปเลยครับถึงก้านสมองของเขาจะตายแต่เขาก็ยงสามารถรู้สึกได้ไม่ว่าคุณจะพูดจะทำอะไรเขาก็จะสามารถรับรู้ได้ทุกอย่างโดยเฉพาะการที่คุณพูดให้กำลังใจเขาบ่อยๆจะทำให้จิตใจของเขาดีขึ้มมากที่เดียวนะครับส่วนการแสดงออกว่าเขารับรู้ในสิ่งที่เราได้กระทำไว้กับเขาผมขอให้คุณลองสังเกตที่ดวงตาของเขาไว้ถ้าเขารับรู้ในสิ่งที่คุณทำลงไปน้ำตาของเขาก็จะไหลออกมาถ้าเกิดว่าน้ำตาไม่ไหลก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้รับรู้อะไรนะครับ...